skip to Main Content
02-530-9204 sammachiv.pr@gmail.com
“ผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว” วิสาหกิจฯต้นแบบสัมมาชีพ ชุมชนแกร่ง สร้างมูลค่าเพิ่มจากมะขาม

“ผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว” วิสาหกิจฯต้นแบบสัมมาชีพ ชุมชนแกร่ง สร้างมูลค่าเพิ่มจากมะขาม

          ความรู้ด้านแปรรูปผลผลิตการเกษตรเป็นศูนย์ ชุมชนจึงแค่ปลูกพืชรอพ่อค้ามาเหมาสวนจ่ายเงิน จบ ! ทว่าเหตุการณ์กลับจบไม่สวย เมื่อพ่อค้าจ่ายเงินมัดจำ เก็บผลผลิตเสร็จแล้วหนี ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะขามบ้านเสี้ยว อุตรดิตถ์ สูญเงินนับล้าน

เรื่องเลวร้ายในครั้งนั้น กลายเป็นการ “ลุกขึ้นสู้” ของคนในชุมชน จนวันนี้ “วิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว” เติบโต คว้ารางวัลวิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ ประจำปี 2568 ได้

จากปัญหาข้างต้น วิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ จึงได้เกิดขึ้นในปี  2555 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปมะขาม ทำการตลาดเอง พัฒนาผลิตภัณฑ์  พัฒนาการขาย จนสามารถขายผ่านออนไลน์ถึง 80%  รับซื้อมะขามจากเกษตรกรในพื้นที่ในราคาประกันที่สูงกว่าท้องตลาด 5-10 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรผู้ปลูกมะขาม สมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ และคนในชุมชนดีขึ้นเป็นลำดับ

          ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีสมาชิก 31 คน มีเครือข่ายมะขามแปลงใหญ่ 3 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอในอุตรดิตถ์  (น้ำปาด  ฟากท่า และบ้านโคก) มีพื้นที่ปลูกมะขามรวมกันกว่า 20,000 ไร่

 

วิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยวแปรรูปผลิตภัณฑ์มะขามด้วยใช้มาตรฐานการผลิตนำ โดยผลิตภัณฑ์ของที่นี่ได้มาตรฐานอย. มาตรฐาน GMP (หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต) รวมถึงเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะขามกว่า 10 ชนิด อาทิ มะขามกวน, พายมะขาม, ท็อฟฟี่มะขาม, มะขามแช่อิ่มอบแห้ง, มะขามแช่อิ่มธรรมดา ภายใต้แบรนด์ “มะขามบ้านเสี้ยว”

 

สินค้าเหล่านี้สร้างรายได้ให้ชุมชนปีละกว่า 13 ล้านบาท สร้างงาน อาชีพ ให้กับสมาชิกและคนในชุมชนไม่น้อยกว่า 200 คน

จากความสำเร็จดังกล่าวนำมาสู่การได้รับรางวัล “วิสาหกิจชุมชนต้นแบบสัมมาชีพ” ประจำปี 2568 ประเภทแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร จากมูลนิธิสัมมาชีพเพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชน และเป็นต้นแบบในการดำเนินการให้กับกลุ่มหรือวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ ต่อไป

กมลรัตน์ ท้าวน้อย
ประธานวิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว

“กมลรัตน์ ท้าวน้อย” ประธานวิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว เล่าว่า เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เกษตรกรในพื้นที่ไม่มีความรู้ในการแปรรูปมะขาม ทำให้ขาดอำนาจต่อรองและเกิดความเสี่ยงในการขายผลผลิตให้พ่อค้าที่มาเหมาสวน

เธอเล่าว่า เมื่อเกษตรกรถูกโกงเงินจากการเหมาสวนมะขาม เธอในฐานะผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจึงแก้ไขปัญหาด้วยการจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพ “แม่บ้านสหกรณ์”  ตามคำแนะนำของผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ในขณะนั้น ก่อนจะจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนในภายหลังเพื่อแปรรูปมะขามพร้อมกับหาตลาดจำหน่าย ลดการพึ่งพาพ่อค้า

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ เธอได้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง (Leadership for Change – LFC) รุ่นที่ 6 จัดโดยมูลนิธิสัมมาชีพ ทำให้ได้รับความรู้และเครือข่าย LFC ในรุ่น มาสนับสนุนการนำผลผลิตมะขามมาแปรรูป สร้างแบรนด์สินค้า ทำการตลาด จนประสบความสำเร็จ

“ตอนนั้นเป็นช่วงที่เข้าไปอบรมหลักสูตร LFC รุ่น 6 พอดี ปัญหาที่เกิดขึ้น เราไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน เราขายไม่เป็น ปีนั้นเกษตรกรโดนโกงไป 10 กว่าราย สูญเงินรวม 2-3 ล้านบาท ก็มีเพื่อนๆ รุ่น 6  มาช่วยวางแผนการตลาด สร้างแบรนด์”   

รางวัลที่ได้รับ “กมลรัตน์” กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจ ประทับใจ ที่วิสาหกิจชุมชนฯเดินทางมาไกล จนประสบความสำเร็จในวันนี้  ความสำเร็จส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าอบรมหลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลงของมูลนิธิสัมมาชีพ ทำให้เกิดเครือข่ายสนับสนุน เกิดแรงบันดาลใจว่า “เราต้องเป็นผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลงให้ได้”

กมลรัตน์ยังขยายความถึงการแปรรูปมะขามในพื้นที่ว่า ในส่วนของมะขามเกรดเอและบีจะนำมากรีดเมล็ดออก ทำเป็นมะขามไร้เมล็ดซึ่งมีตลาดรับซื้ออยู่แล้ว ส่วนมะขามเกรดซีจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

 

 

ด้านการตลาด สัดส่วนกว่า 80% ของผลิตภัณฑ์แปรรูปจะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพจกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมะขามหวานธรรมชาติ อีก 20% จะมีคู่ค้ารับไปจำหน่ายต่อ รวมถึงจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยในพื้นที่

ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนฯ มีกำลังการผลิตมะขามแกะเมล็ด วันละ 60-100 กิโลกรัม โดยปีหนึ่งๆ สามารถรวบรวมผลผลิตมะขามจากเกษตรกรได้ราว 400 -500 ตัน รับซื้อทั้งแบบฝักสด และแบบไร้เมล็ด

กมลรัตน์ยังกล่าวถึง ผลลัพธ์ของการนำมะขามมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่า ทำให้สมาชิกและคนในชุมชน มีรายได้ มีงานทำทั้งปี เนื่องจากมะขามที่นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ จะถูกเก็บไว้ในห้องเย็นสามารถนำมาแปรรูปได้ทั้งปี

“ผู้สูงอายุ เด็ก คนด้อยโอกาส จะมีรายได้จากการปอกเปลือกมะขาม กิโลกรัมละ 10-15 บาท คิดเป็นรายได้ต่อวันราว 200-300 บาท ว่างตอนไหนก็มาทำ ส่วนสมาชิกที่กรีดมะขามนำเมล็ดออก จะมีรายได้กิโลกรัมละ 40 บาท ถ้าในแต่ละวันทำได้ 10 กิโลกรัมขึ้นไป ก็จะมีรายได้ราว 400 – 800 บาท เป็นรายได้ที่ดี และจ่ายเป็นเงินสดทุกวัน ทำให้ทุกคนแฮปปี้ มีคนรุ่นใหม่คืนถิ่น กลับมาทำงานให้กับกลุ่มกว่า 10 คนแล้วในขณะนี้”

 

วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ ยัง “รักษ์โลก” โดยนำเศษเหลือจากการแปรรูปมะขาม ได้แก่ เมล็ดมะขามนำไปทำปุ๋ยหมัก ส่วนเปลือกมะขามนำไปจำหน่ายเพื่อนำไปบดเป็นอาหารสัตว์ ทุกส่วนของมะขามสามารถแปรรูปได้หมด ไม่เหลือทิ้ง

ทั้งหมดนี้ คือต้นแบบความสำเร็จในการแปรรูปมะขามของวิสาหกิจชุมชนผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งนอกจากจะทำให้คนในชุมชนมีอาชีพใหม่ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมะขามให้มีตลาดรองรับที่ชัดเจน ผ่านการประกันราคารับซื้อ ไม่ถูกเอาเปรียบ และไม่เสี่ยงต่อการถูกคดโกงอีกต่อไป


Back To Top